Main menu th-TH

ผลงานการสร้างเว็บไซต์ 2562

สมัครขายภาพถ่ายคลิกเลยจ้า

     
เทียบโอนความรู้ฯ รุ่น 13

วิชาการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
(System Analysis and Design)

แผนการสอน การสร้างเว็บไซต์ (Website
Creation) รหัส 20204-2008


            กลุ่ม พค 31 คลิก   

           กลุ่ม พค 32 คลิก

 

สถิติผู้เยี่ยมชม

841758
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
285
1011
1296
822130
285
40814
841758

2020-06-01 07:35



บทที่ 1 ตอนที่ 4 : เริ่มต้นเขียนเรื่องอย่างไร?

เริ่มต้นเขียนเรื่องอย่างย่อ

เอาความสามารถในการใช้จินตนาการของคุณระเบิดมันออกมา โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่คุณเห็นหรือที่คุณได้ยินได้ฟังมา ซึ่งจะมีหลักการคิดง่ายๆ อยู่ 3 ทางด้วยกันคือ

1. คิดไปข้างหลัง                                                                                                                                                                 

สมมุติว่า เราเห็นชายคนหนึ่งหัวแตกเดินผ่านหน้าเราไป  ถ้าเราอยากจะแต่งเรื่อง เราลองคิดย้อนกลับไปเล่นๆดู ซึ่งความคิดตรงนี้ มันไม่ได้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริงๆ มันจะเป็นจินตนาการของเราล้วนๆเช่น
ตัวอย่างที่1 :
            สมมุติว่าเราต้องการเขียนการ์ตูนแนวต่อสู้  ถ้าเราเห็นคนหัวแตกเดินมา ในมือมีผ้าปิดหัวไว้เลือดแดงฉานเต็มผ้า เราก็ลองจินตนาการและคิดไปเล่นๆดูซิกว่า 
เขาไปทำอะไรมาหัวแตก? (เขาอาจจะกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอะไรบางอย่างแล้วไม่ผ่าน ก็เลยล้มลงไปหัวไปฝาดกับขอบโต๊ะแถวๆนั้น)  และทำไมเขาต้องกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางล่ะ? (ก็เพราะเขาวิ่งหนีการตามล่าอยู่) แล้วใครตามล่าเขาล่ะ? (พวกอันธพาลท้ายซอย) แล้วทำไมพวกอันธพาลท้ายซ้อยถึงตามล่าเขา? (เพราะเขาไปล่วงรู้อะไรบางอย่างที่เป็นความลับอะไรบางอย่างที่ไม่ดีของพวกท้ายซอย) แล้วเขาล่วงรู้ความลับของพวกท้ายซอยได้อย่างไร? (จะไปหาแฟนเดินผ่านมาพอดี) แล้วความลับนั้นคืออะไร? (เป็นพวกค้ายาเสพติดแล้วกำลังส่งยากันอยู่ ชายหนุ่มคนเดินมาเห็นเขาพอดีเลยและถูกขอร้องให้ปิด ปาก แต่ชายหนุ่มไม่เชื่อแล้วยังจะบอกว่าจะไปแจ้งความกับตำรวจอีก ก็เลยถูกไล่ล่า)...

            ให้เราคิดย้อนหลังไปเรื่อยๆ จากนั้นให้เรามาเรียบเรียงใหม่ โดยใส่รายละเอียดของเรื่องเข้าไป : 
อาทิตย์ เป็นคนที่รักความถูกต้องและความยุติธรรมที่สุด แม้ชีวิตเขาจะเติมโตมาในครอบครัวที่มีอันจะกิน แต่เขากลับไปหลงรักชบา สาวสวยที่มีอาชีพขายพวงมาลัยอยู่ในตลาดเก่าๆ แห่งหนึ่ง ด้วยความรักที่มีให้กับชบาเขาไม่เคยรังเกียจชบาเลยว่าเป็นคนจนที่อาศัยอยู่ในสลับ แล้ววันที่ชีวิตเขาต้องเปลียนไป ในขณะที่เขาต้องการไปหาชบาที่บ้านของเธอ กลับไปเจอพวกแก๊งอันธพาลค้ายาเสพติดกำลังส่งมอบยากันอยู่ ด้วยความที่เป็นคนรักความยุธรรมและมองโลกในแง่ดี จึงไม่ยอมที่จะปิดเรื่องนี้ไว้ตามที่พวกแก๊งค้ายาได้ขอร้องไว้  ทำให้พวกแก๊งค์ค้ายาไม่พอใจและเริ่มข่มขู่และทำร้ายอาทิตย์ อาทิตย์จึงหนีพวกมัน พวกมันจึงตามออกไล่ล่าอาทิตย์หวังเพื่อจัดการไม่ให้อาทิตย์เอาสิ่งที่เห็นไปบอกคนอื่น อาทิตย์ต้องหนีจากการถูกไล่ล่าจนได้รับบาทเจ็บที่ศรีษะอย่างแรง เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ อาทิตย์จะเอาตัวลอดจาการถูกตามล่าได้หรือไม่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาต่อไป และความจริงทั้งหมดคืออะไร โปรดติดตามตอนต่อไป...  : (อะไรประมาณนี้)

          เราก็จะได้เรื่องสั้นๆ มาเรื่องหนึ่งแล้ว ต่อไปเราจะเอาไปขยายบท หรือเปลี่ยนแปลงตรงไหนหา "เหตุและผลในทางการ์ตูน" เพิ่มเข้าไป เพื่อให้มันสนุกยิ่งขึ้น ต่อไปมันก็เป็นเรื่องง่ายแล้วที่เราจะพัฒนาบทให้มันสนุกยิ่งขึ้น 

2. คิดไปข้างหน้า                                                                                                                                                 

            หากเราไม่ถนัดที่จะคิดถอยหลัง ก็ลองคิดไปข้างหน้าดู ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการคิดไปด้านหน้า หรือ คิดย้อนกลับไปด้านหลัง ก็มีแนวความคิดเหมือนๆ กัน คือต้องตั้งจุดที่จะคิดออกมาก่อนหนึ่งจุด จากนั้นใช้จินตนาการแตกออกไปเรื่อยๆ 
            เราจะสมมุติเหตุการณ์เดียวกันกับตัวอย่างที่หนึ่ง ถ้าหากเราเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งหัวแตกเดินมาด้วยความรวดเร็ว ในมือมีผ้าปิดหัวไว้เลือดแดงฉานเต็มผ้าที่ปิดไปหมด (เราเห็นเหตุการณ์เพียงเท่านี้) เราก็ลองมาจินตนาการไปข้างหน้าเล่นๆกัน
ตัวอย่างที่ 2
            
เลือดออกและวิ่งหนีขนาดนี้เขาจะไปไหน? (ไปโรงพักล่ะกัน) แล้วถ้าเขาไปโรงพัก เขาจะไปแจ้งความเรื่องอะไร? (ถูกคนไล่ตีหัวมา) ไล่ตีเรื่องอะไร? (ไปเห็นเขาส่งค้ายามา) ที่ไหน? (ในสลัม) เข้าไปทำไมในสลัม? (ไปหาแฟน) จากนั้นเขาก็สบลไป มาฟื้นตัวอีกทีเขาก็เห็นว่าตอนนี้เขาอยู่ที่โรงบาลแห่งหนึ่ง และมีตำรวจเฝ้าดูตัวเขาอยู่ ด้านนอกห้องก็มีตำรวจเฝ้าไว้อย่างแน่นหนา มันเกิดอะไรขึ้น? เขาจำอะไรไม่ได้เลย แล้วสายที่ระโยงระยางเต็มตัวเขาไปหมดมันคืออะไร และเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเขา และมีพลังอันมหาศาลอยู่ในตัวเขาอีก มันคืออะไรกันแน่ แท้ที่จริงแล้วเขาเป็น...   

3. คิดอะไรได้เขียนไปเลย                                                                                                                                                    
          แต่ถ้าคิดย้อนไปและคิดย้อนกลับยังเขียนไม่ได้อีก ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือถ้าเรามีโครงเรื่องหรือพล็อดเรื่องอยู่แล้ว ให้หาจุดๆหนึ่งในเรื่องมาเขียนนึกๆๆๆๆ นึกอะไรได้ก่อน เขียนไปก่อน เขียนๆๆๆๆ ไป แล้วค่อยมาเรียบเรียงที่หลัง
ตัวอย่าง 3
           
 มีแมวตัวหนึ่ง สีดำ ไม่ชอบจับหนู ชอบทำตัวเหมือนหมา เป็นแมวที่ชอบเฝ้าบ้าน ไม่ชอบออกนอกบ้าน แถมยังกินอาหารแปลกๆ เช่นกินผัก กินน้ำอัดลม เกิดอุบัติเหตุพร้อมกับเจ้าของมัน วิญญาณเจ้าของกับแมวสลับร่างกัน คนนิสัยแมว แมวนิสัยคน คนชอบทำเหมือนแมว แมวชอบทำเหมือนคน จึงเกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆ ขึ้น....
             เขียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เลย นึกอะไรได้เขียนไปก่อน แล้วค่อยมาเรียบเรียงให้เข้ากับพล็อตเรื่องที่เราต้องการ แล้วค่อยใส่รายละเอียดลงไป ใส่ปมใส่ความขัดแย้ง การแก้ปริศนาลงไป แค่นี้ก็ได้เรื่องมาแล้ว

 เขียนเรื่องอย่างไรให้สนุก                                                                                                                       

            หลังจากที่เราพยายามเขียนเรื่องที่เราอยากนำมาเป็นบทการ์ตูนได้แล้ว แต่อ่านๆดู มันก็ยังไม่สนุกเลย ทำไงดี? มันยังคงเป็นปัญหาโลกแตกและเป็นปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่งสำหรับนักเขียนการ์ตูนไทยในบ้านเราอยู่ในขณะนี้ ในบางครั้ง แม้ภาพที่วาดออกมาจะสวยงามมาก แต่ถ้าเนื้อเรื่องไม่น่าติดตาม ก็ชวนให้ไม่อยากอ่านไปด้วย แล้ว "ทำอย่างไรถึงจะเขียนเรื่องให้สนุก" 
- การเรียงลำดับเรื่อง
            สำคัญมากๆ ถ้าเรื่องที่เราเขียน เรียงลำดับเรื่องไม่ดี นอกจากจะทำให้เรื่องที่เราเขียนอ่านไม่สนุกแล้ว บางทีคนอ่านยังไม่เข้าใจ อ่านแล้วทำให้งงในเนื้อหาอีกด้วย  หลังจากที่เราได้พล็อตเรื่องมาแล้ว เราลองมาเขียนเรื่องและเรียบเรียงตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องดู จากนั้นรองซอยเรื่องออกเป็น สามส่วนอย่างต่ำคือ

  • ส่วนต้นเรื่อง
  • ส่วนกลางเรื่อง
  • ส่วนท้ายเรื่อง

เรียงลำดับ 1 2 3 ไป หรือจะซอยเรื่องที่เราแต่งมากกว่า 3 ส่วน เป็น  5 ส่วนก็ได้  เช่น ส่วนต้นเรื่อง, ส่วนระหว่างต้นเรื่องและกลางเรื่อง, ส่วนกลางเรื่อง, ส่วนระหว่างกลางเรื่องและปลายเรื่อง,ส่วนปลายเรื่องหรือเรียงลำดัง 1 2 3 4 5 เอาไว้

ช่วงต้นเรื่อง สิ่งสำคัญของช่วงนี้ คือการแนะนำตัวละครสำคัญๆ หรือตัวละครหลักๆ สถานที่สำคัญๆ ของเนื้อเรื่อง และเปิดปมปริศนาต่างๆที่เราได้ว่างไว
            ช่วงกลางเรื่อง :  เป็นการหาแก้ปริศนา หรือปมต่างๆ การดำเนินเรื่องไปสู่จุดหมายปลายทาง อาจจะต้องมีอุปสรรค หรือ ดราม่า เข้ามาเกี่ยวข้อง 
             ช่วงท้ายเรื่อง : แก้ปมปริศนาได้เป็นผลสำเร็จ ทุกอย่างกระจ่างไปในทิศทางของเรื่องที่เราตั้งไว้ และจะให้สมบูรณ์จริงๆ ควรจะมี  5W+1H ประกอบในเนื้อเรื่องของเราด้วย 5W+1H คืออะไร
          Who (ใคร)  : หมายถึงตัวละครหลักๆ  ในการดำเนินเรื่องของเรา โดยร่วมถึง ภูมิหน้าและภูมิหลัง ที่สำคัญของตัวละครหลักด้วย
          What (ทำอะไร) : แล้วตัวละครหลักเหล่านั้น เขาต้องการทำอะไรบ้าง
          Where (ที่ไหน)  : ในหัวข้อนี้ จะหมายถึง สถานที่ที่เขาต้องไปทำ ทำที่ไหน
          When (เมื่อไหร่) : ในส่วนนี้อาจจะหมายรวมไปถึงเรื่องของ "เงื่อนไข" ในการกระทำ อาจจะเป็น"เรื่องของเวลา"หรือ"เรื่องของจำนวน"หรือเรื่องของอุปสรรคตามเรื่องที่เราแต่ง เช่น เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว ทุกคนต้องเข้าไปอยู่ในบ้านห้ามออกมาเด็ดขาด (เงื่อนไขของเวลา),เมื่อคุณวางตำแหน่งไข่บนฐานที่เห็น ได้อย่างถูกต้องประตูลับถึงเปิดออกได้(เงื่อนไขของเรื่องจำนวน)
-  Why (ทำไม)  : หมายถึงว่าสิ่งที่ตัวละครเอกได้ทำไปทั้งหมดหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตามหัวข้อด้านเขาทำไปไม? : เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว ทุกคนต้องเข้าไปอยู่ในบ้านห้ามออกมาเด็ดขาด เพราะว่ายามคำคืน จะมีสัตว์ร้ายออกมอาละวาด ไล่ทำร้ายผู้คนที่มันพบเห็น, เมื่อคุณวางตำแหน่งไข่บนฐานที่เห็นได้อย่างถูกต้อง ประตูลับถึงเปิดออกได้ คุณจะต้องนำของสำคัญที่อยู่ในประตูลับแห่งนี้ออกมาให้ได้
-  How (อย่างไร) : สรุปผลที่ทำมาทั้งหมด มันจะเกิดผล อย่างไร ขึ้น เช่น เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว ทุกคนต้องเข้าไปอยู่ในบ้านห้ามออกมาเด็ดขาด เพราะว่ายามคำคืน จะมีสัตว์ร้ายออกมอาละวาด ไล้ทำร้ายผู้คนที่มันพบเห็น และถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยือของพวกสัตว์ร้ายเหล่านี้ กรุณาทำตามที่บอกไว้ด้วย,เมื่อคุณวางตำแหน่งไข่บนฐานที่เห็นได้อย่างถูกต้อง ประตูลับถึงเปิดออกได้ คุณจะต้องนำของสำคัญที่อยู่ในประตูลับแห่งนี้ออกมาให้ได้ แต่คุณต้องระวังกลไกที่ยังถูกซ่อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง เพี่ยงคุณเหนียบตัวอักษรที่อยู่บนพื้นอย่างถูกต้อง คุณก็จะได้ของสำคัญสิ่งนั้นมา

ตัวอย่างที่ 4
         
หงอคง(ใคร) ต้องการรวบรวมลูกแก้วที่มีดาวอยู่ด้านในให้ ครบ 7 ลูก(ทำอะไร)  ที่กระจัดกระจ่ายอยู่ทั่วทุกมุมของโลก(ที่ไหน) เพราะทราบมาว่า ถ้าเรารวบรวมลูกแก้วได้ครบทั้ง 7 ลูกได้ (เมื่อไหร่ )จะมีมังกรปรากฏตัวขึ้นมา(ทำไม) และเราสามารถขอพรอะไรก็ได้ 1 ข้อ (อย่างไร) 
             และนอกจากเรื่องของเราต้องประกอบไปด้วย 5W+1H แล้ว การเรียงลำดับเรื่อง ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องของเราน่าอ่านยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งการเรียงลำดับเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องเรียง 1 2 3 4 5 เสมอไป  เราอาจจะเริ่มต้นเรื่องด้วย 3 แล้วย้อนมา  1 2  ต่อด้วย  4 5 โดย โดยสรุปรวมๆ ในการเสนอเนื้อเรื่อง จะมีการเรียงลำดับได้  3 รูปแบบดังนี้

-เริ่มจากต้นเรื่อง
           วิธีนี้เป็นวิธีเล่าเรื่องแบบ เบสิกๆ ธรรมดา มาตราฐานทั่วไป คือเริ่มเล่าตั้งแต่ต้นเรื่อง  ใคร  ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำไม อย่างไหร่  แล้วก็จบเรื่อง ไม่แฮปปี้หรือแแฮปปี้เอ็นดิ้งกันไป  ความสลับสับซ่อน ก็จะอยู่ในช่วงของเนื้อเรื่อง และมันจะเรียงตามลำดับขั้นตอน 1 2 3 4 5 ไปจนจบเรื่อง วิธีนี้จะเหมาะกับนักเขียนที่เพิ่งเริ่มเขียนเรื่องใหม่ๆ หรือกำลังหัดเขียนเรื่องหรือนักเขียนมือสมัครเล่น ยกตัวอย่าง
 (ต้นเรื่อง) ชายคนหนึ่ง มีอาชีพเป็นนักสือคดียาเสพติด มักปลอมตัวไปอยู่กับพวกค้ายาและแอบแจ้งตำรวจมาจับพวกค้ายาอยู่เสมอๆ แล้วมาวันหนึ่งมีพวกค้ายากลุ่มหนี่งสืบทราบมาว่า ชายคนนี้คือสายสืบตำรวจ พวกมันเลยหลอกล้อให้เขาเข้าไปยังห้องแห่งหนึ่งที่ทำกลไกเอาไว้ แส้วสังหารชายคนนี้ทิ้งซะ(กลางเรื่อง) จากนั้นก็มีการสืบสาวราวถึงการตายของเขา จนสามารถรู้ตัวบงการ และสืบจับกันได้จนเรื่องจบปิดคดี (ปลายเรื่อง)

- เริ่มจากส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่อง
             วิธีนี้เป็นวิธีที่คิดและเขียนยากขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ แต่เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด การ์ตูนหลายๆ เรื่องที่ประสบความสำเร็จ ก็จะเกิดจากการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้ โดยผู้เขียนจะเลือกฉากที่คิดว่าน่าติดตามที่สุด หรือปมปริศนาใหญ่ ๆ ของเรื่องมาเปิดตัว มาเปิดเรื่อง แล้วค่อย ๆ ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเรื่อง ก่อนที่จะสรุปเรื่องทั้งหมด ยกตัวอย่างเรื่องในเรื่อง ฆาตกรรมในห้องปิดตาย 
เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมคนๆหนึ่งในห้องที่ถูกล็อคจากด้านใน หรือในห้องปิดตาย (ตรงนี้คือเหตุการณ์ที่อยุ่กลางเรื่องแล้ว) คราวนี้ก็มีการสืบคดีมาเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ คนตายเป็นใคร มาจากไหน ทำอาชีพอะไร มีใครเป็นศัตรูบ้าง (ช่วงนี้คือช่วงต้นเรื่อง) จากนั้นก็สืบสาวเรื่องราวไปจนสามารถแก้ไขปมปริศนาในการตายครั้งนี้ได้ทั้งหมด (ปลายเรื่อง)

-เริ่มที่ท้ายเรื่อง
     น้อยคนนักที่จะเริ่มต้นเขียนด้วยวิธีนี้ คือเปิดเรื่องด้วยฉากจบหรือฉากใกล้จบ มันเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่ยากที่สุด เพราะว่าไปเฉลยเหตุการณ์ตอนท้ายเรื่องแล้ว แล้วค่อยมาเล่าเรื่องถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเป็นการเล่าเรื่องไม่ดีก็ทำให้ไม่น่าติดตาม แต่ถ้าเล่าเรื่องดี จะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่าเรื่องได้สนุกสุดยอดเลยทีเดียว ตัวอย่าง 
เริ่มต้นที่ฉากผู้หญิงคนหนึ่งในงานแต่งกับทายาทเศรษฐีพันล้าน ใบหน้าเธอยิ้มอย่างมีความสุข แล้วก็คิดไปถึงสมัยที่เธออยู่บ้านนอกคอกนาอดมื้อกินมื้อ แล้วก็เล่าดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ จนมาพบทายาทเศรษฐี แล้วเกิดถูกชะตากัน รู้จักกัน สนิทสนมกันมากขึ้น แล้วรักกัน แต่งงานกัน เสน่ห์ของการเล่าเรื่องวิธีนี้ อยู่ที่การดำเนินเรื่องที่ต้องอาศัยจังหวะในการเล่าที่น่าจะปกติ แต่ไม่ปกติ ติดตามอย่างมาก เพราะว่า ผู้อ่านจะรู้อยู่แล้วว่า ผลสุดท้าย ทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน แต่กว่าทั้งคู่จะได้แต่งกันกัน เจออุปสรรค อะไรมาบ้างตรงนี้แหละ คือจะต้องใส่การเล่าที่น่าติดตามไปเยอะๆ และต้องหลอกล้อให้ผู้อ่านติดตามให้ได้

- 5 หน้าอันตราย
       ถ้าเราหยิบการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน อ่านไปได้สัก 5 หน้า อ่านแล้วรู้สึกว่า ไม่น่าติดตามเลย หน้าที่  6 หน้าที่  7 ต่อไปเรื่อย ๆ ก็คงไม่อยากอ่าน พาลให้ปิดหนังสือไปเฉยๆ เพราะมันไม่น่าอ่าน มันไม่สนุกตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้น 5 หน้าแรกจึงเป็นส่วนสำคัญอย่ากมากในการเปิดเรื่อง การสร้างเรื่องให้น่าอ่าน การว่างโครง
เรื่องจะต้องให้น่าติดตามภายใน 5 หน้าแรกให้ได้  มีนักเขียนท่านหนึ่ง มาเสนองาน เรื่องเขาเป็นสงครามอวกาศ โดยเล่าว่า ตัวเอกเป็นนักบินที่เก่งมาก แล้วบินหลงเข้าไปในมิติในอวกาศแห่งหนึ่ง เครื่องบินเขาตกไปที่ดาวดวงหนึ่งและได้รับความช่วยเหลือจากนางเอก ซึ่งได้อาศัยอยู่ที่ดาวแปลกๆ ดวงนี้ ปัญหาก็คือ ดาวดวงนี้ กำลังทำสงครามกับดาวอีกดวง  ด้วยเหตุที่ว่าตัวเอกเป็นนักบินที่เก่ง ก็เลยถูกเลือกให้มาอยู่ในกองทัพของดาวดวงนี้เพื่อทำสงครามด้วย แล้วก็เกิดมีการสู้รบกัน ในที่สุดดาวที่ตัวเอกตกมาก็เป็นฝ่ายชนะ ทุกคนที่อยู่ในดาวดวงนี้ก็ยินดีปรีดา และช่วยกันหาทางกลับไปยังโลกให้กับตัวเอก... จากการได้ฟังเรื่องของเขาก็น่าสนุกดี แต่ฉากเปิดเรื่องถ้าเปิดตามที่เขาเล่ามาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่น่าติดตามเท่าไหร่  ก็เลยแนะนำให้เขาเปิดตัวที่ฉากสงครามเลย สงครามกองทัพของดาวสองดวงที่ต้องต่อสู้กัน เปิดด้วยฉากอวกาศอลังการงานสร้างเลย พระเอกอยู่ที่ทัพด้วยมีการต่อสู้กันทางอากาศ คิดฉากสวยๆ ให้ตัวเอกตกใจ แล้วก็เริ่มที่พระะเอกตกใจตื่น จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องถึงดาวดวงนี้ และ ภูมิหลังของตัวพระเอก ว่าเป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมถึงถูกคัดเลือกให้มายังดาวดวงนี้มันไม่ได้เป็นเหตุบังเอิญที่ตัวเอกหลงเข้ามาในดาวดวงนี้ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกกำหนดล่วงหน้ามาแล้ว ด้วยอะไรก็ว่าไป ตามเหตุและผลทางด้านการ์ตูน คิดว่า มันน่าจะเป็นการเปิดเรื่องที่น่าติดตามมากกว่า
5  หน้าแรกเปิดขึ้นมาอ่านแล้วคุณต้องทำให้ผู้อ่านอยากเปิดหน้า 6 หน้า 7 และอ่านต่อไปเรื่อยๆให้ได้ การเปิดเรื่องด้วยเรื่องแปลกๆ ปมปริศนา หรือฉากปริศณา ฉากที่มีมุมมองปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ ฉากที่แปลกตาออกไปจะทำให้ผู้อ่านสนใจและอยากติดตามอ่านมากขึ้น เพราะฉะนั้น จงเริ่มต้นให้ดี ว่าการ์ตูนของคุณ จะผ่าน 
5 หน้าอันตรายนี้ไปได้หรือไม่

-บังเอิน
  การ์ตูนแทบทุกเรื่องใช้เหตุการณ์
บังเอิญ เป็นการดำเนินเรื่อง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรทำไมมันถึงได้บังเอิญได้ถึงขนาดนี้ ถูกผลักตกเหว แต่บังเอิญเกาะกิ่งไม้ไว้ได้, หนีศัตรูไปอยู่ต่างประเทศ แต่บังเอิญไปเจอลูกสมุนศัตรูที่อยู่ที่นั้นและรายงานข้ามประเทศมา, เห็นถนนว่าง ๆ ไม่มีรถแล้ว กำลังจะข้ามถนน แต่บังเอิญ มีรถวิ่งออกมาจากซอย มองไม่เห็นได้ชนเอา,อยากเข้าไปเดินเล่นในห้างไปซื้อของแต่บังเอิญวันนั้นเขาจัดรายการอยู่ แล้วใครเข้าห้างเป็นคนที่ 99 จะได้รางวัลใหญ่เป็นรถเบนซ์,  หนีการถูกไล่ยินของคู่อริ ไปเรื่อย ๆ ดันไปเจอทางตันไม่มีที่หนี ปีนจอมาที่หน้าแล้วมันก็ยิงมา บังเอิญเหลือเกินกระสุนหมดเลยรอดตาย, ไปเดินห้างกับกิ๊กไม่อยากให้แฟนรู้ แต่ดันบังเอิญไปเจอแฟนเสียได้,บางทีก็คิดนะ ห้างมีเป็นร้อย ๆ ห้างไม่ไปเดิน ดันมาเดินห้างเดียวกัน มันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น ดูแล้วเหมือนโกหก แต่ใส่เข้าไปเถอะฉากบังเอิญนี้ มันทำให้เรื่องสนุกขึ้นจริงๆ แค่ควรบังเอิญให้สมเหตุและผลในแง่การ์ตูน เพราะฉะนั้นใส่เข้าไป ฉากบังเอิญนี้แหละ...

-เพิ่มฉากดราม่าและแรงกดดัน
   เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่การ์ตูนเรื่องยาวเกือบทุกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย นั้นก็คือเรื่องของ ดราม่า หรือชีวิตประจำวันของตัวแสดง ถึงแม้ว่าทุกเรื่องควรมี แต่ก็ต้องดูประเภทของงานเขียนเราด้วย ถ้าเป็นการ์ตูนแอ๊คชั่น หรือแนวกีฬา ก็ไม่ควรมีดราม่าหรือวิถีชีวิตของตัวละครมากจนเกินไป เอาแค่หอมปากหอมคอก็พอ เช่น 
ตัวเอกเป็นคนขาขาดมีขาข้างเดียว และต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดินอยู่ตลอดเวลา แต่ชอบกีฬาเตะตะกร้อมาก เขาต้องฝึกอย่างหนัก อย่างโหดกว่าคนปกติสองสามเท่าเพื่อที่จะทำให้ทุกคนเห็นว่า แม้ว่ามีขาข้างเดียวก็สามารถลงแข่งกีฬาตะกร้อได้ ใส่เข้าไปดรามาให้รู้ว่าเขาพยายามมาก พยายามทั้งน้ำตา และเพิ่มแรงกดดัน ใส่เข้าไปให้คนอ่านติดตามว่า เขาจะทำได้จริงๆเหรอ ทำได้ไง วิธีไหน อะไรประมาณนี้ หรืออีกหนึ่งตัวอย่าง
มีพระเอก สองคน มีนางเอกคนเดียว พระเอกเป็นพี่น้องกัน นางเอกรักคนน้อง แต่คนน้องไม่รักนางเอก คนพี่รักนางเอก แต่นางเอกไม่รักคนพี่ คนน้องเป็นแฟนเก่านางเอก แต่คนน้องรักพี่มาก จึงยอมเสียลละให้พี่ (เริ่มดราม่าแล้ว) ทำทุกอย่างให้นางเอกเกลียดเพื่อให้ไปรักกับพี่ชายตัวเองใส่เรื่องกดดันมันเข้า ใส่เรื่องที่ต้องทำร้ายจิตใจนางเอกเข้าไป แต่นางเอกแม้โดนคนน้องทำร้ายจิตใจหรือกลั่นแกล้งมากแค่ไหนก็ตาม ก็ยังรักคนน้องอยู่ อะไรประมาณนี้ ฟังดูแล้วเหมือนละครน้ำเน่า แต่หาแรงกดดันดีๆ ก็ทำให้เรื่องสนุกได้ นักกีฬาต่อสู้ จะต้องขึ้นเวที ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามโคตรเก่งเลย สู้ยังไงก็แพ้อยู่แล้ว แต่ตัวเอกเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งจะต้องสู้ให้ถึงที่สุดแม้รู้ว่าขึ้นไปสู้โอกาศแพ้มีถึง 90% แต่โอกาศชนะก็มี 10% เชียวนะ ตัวเอกสู้ก็ไม่ได้ แถมยังโดนโกงต่างๆ นานา ทั้งโดนตัดกำลัง โดนตัดคะแนน โดยรอบทำร้าย (กดดันมันเข้าไป ดราม่ามันเข้าไป)  เลือดออกปางตาย จะหมดแรงริบหรี่ๆ แล้ว กรรมการนับถึง 8 แล้วตัวเอกต้องกัดฟันทั้งนำตาลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง แล้วก็ได้ชัยชนะในที่สุด มันเป็นแรงกดดันที่นักอ่าน จะได้ลุ่นว่า มันจะชนะไหม มันจะแพ้อย่างไง อะไรประมาณนี้ ทำให้การ์ตูนของเราน่าติดตามอ่านยิ่งขึ้น หรืออีกตัวอย่าง ลูกกับเมียกับพ่อ ได้รับอุบัติเหตุคุณสามารถช่วยชีวิตได้แค่ หนึ่งคน ตัวละครตัวนั้นจะช่วยใคร เขาจะปล่อยให้ใครตาย เขาจะช่วยใคร เขาจะแก้ปัญหาอย่างไร ตรงนี้ใส่ดราม่าเข้าไป ใส่แรงกดดันเข้าไปรับรองการ์ตูนของคุณอ่านสนุกแน่
แรงกดดันนั้นเราใส่ได้หลายอย่าง ทั้งในเรื่องของเวลา อย่างเช่น
ตัวเอกถูกขังอยู่ในตึกร้างแห่งหนึ่งและต้องหาทางหนีออกมาให้ได้ก่อน 6 โมงเย็น ไม่เช่นนั้นลูกชายที่เป็นตัวประกันอยู่จะถูกฆ่าตาย ตัวอย่างนี้คือแรงกดดันเรื่องเวลาเขาจะทำอย่างไรให้ออกไปให้ทันหกโมงเย็น หรือตัวอย่างที่ลูก,เมีย,พ่อ เกิดอุบัติเหตุ ตัวเอกต้องเลือกว่าจะให้ใครมีชีวิตรอด เลือกได้เพียงหนึ่งคน อันนี้คือแรงกดดันชนิดที่ต้องเลือกรักพี่ต้องเสียน้องรักน้องต้องเสียพี่อะไรประมาณนั้น
- สร้างปม ภูมิหน้าและหลังให้กับตัวละคร
                การสร้างปมให้กับตัวละครเป็นการดำเนินเรื่องอีกวิธีหนึ่งที่ควรใส่ไว้ เพราะปมและภูมิหน้าและหลังของตัวละครจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าติดตาม เช่น
ตัวละครเอก เป็นเด็กโรคจิต ที่มีอารมณ์รุ่นแรงมากตอนโกรธ แต่ถ้าปกติแล้ว ทุกคนจะไม่เห็นสิ่งผิดปกติในตัวเขา เขาจะเป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใสแม้มีคนทำให้โกรธ(เบื้องหน้า) ก็ไม่เห็นว่ามีอะไร แล้วจู่ๆ คนที่ทำให้เขาโกรธ ก็หายตัวไป กว่าจะรู้อีกครั้งก็กลายเป็นศพไปแล้ว  อันนี้คือตัวอย่างการสร้างปมให้กับตัวละคร แล้วทำไมตัวละครตัวนี้ถึงได้ร้ายขนาดนี้ล่ะ ก็เพราะว่าตอนเด็ก ๆ เขาได้เห็นพ่อที่ชอบทำร้ายแม่อยู่เสมอ แต่แม่ก็ไม่เคยอารมร์เสียใส่พ่อเลย แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาเห็นแม่กำลังถูกพ่อทำร้ายแล้วแม่ก็ใช้มีดแทงพ่อจนเสียชีวิต และแม่หันมาพร้อมรอยยิ้ม และบอกกับเขาว่าพ่อทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ แม้จะอยู่ในอาการช๊อคที่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ก็รู้สึกว่าอีกอย่างว่าการทำเช่นนี้เป็นการลงโทษผู้ที่มารังแกตน (อันนี้คือภูมิหลังของตัวละคร) เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะอ่านสนุก ต้องมีปม และ ภูมิหลังของตัวละครที่น่าติดตาม น่าค้นหา มันจะทำให้งานเขียนการ์ตูนของคุณเป็นที่ติดอกติดใจของนักอ่านแน่นอน

- หักมุมหักมุม
         มีการ์ตูนหลายเรื่อง อ่านแล้วน่าติดตาม และผลสุดท้ายเป็นไปยังที่เราไม่คาดคิดอีกด้วยมันจะเพิ่มความสนุกให้กับการ์ตูนเราไม่น้อยเลยทีเดียว แม้เหมือนจะถูกหลอกให้อ่าน หรือถูกหลอกให้คิดไปต่างๆ นาๆ แต่ผลสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราคิดไว้ กับผิดคาดไปเสียหมดมันก็จะทำให้การ์ตูนเราเป็นที่โจทย์ขานมากขึ้น พูดถึงมากขึ้น ยกตัวอย่างเรื่อง เจ้าสาวกระสุนน้ำตา ในงานแต่งงานแห่งหนึ่ง เจ้าสาวนั่งร้องไห้ในงานอย่างรันทด เหตุเพราะว่า เจ้าบ่าวไม่ได้มาในงานแต่ง ทำให้งานแต่งครั้งนี้ต้องเลิกลา ต้องอับอายแขกเรื่อที่มาในงาน เธอนั่งร้องไห้จนงานเลิก กลับไปร้องไห้ที่บ้านต่อ จากวันเป็นสองวัน จากสองวันเป็นสามวันเป็น อาทิตย์ เป็นเดือน เธอร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว แล้วอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เธอร้องไห้ เธอรู้สึกว่าเธอสามารถบังคับน้ำตาของเธอได้ เธอเลยฝึกบังคับน้ำตาของเธอ ยิงไปที่สิ่งของทีอยู่ด้านหน้า ยิ่งมันไปเรื่อยๆ แรงน้ำตาแห่งความเคียดแค้นได้เพิ่มพลังขึ้น ดุจดังกระสุนปืน และในที่สุดเธอก็สามารถบังคับน้ำตาของเธอดุดดังกระสุนปืนได้ และในวันที่เธอรอคอยก็มาถึง วันที่เธอต้องการปิดปัญชีแค้นของเธอ เมื่อเธอได้ข่าวว่า คนรักของเธอกำลังจะแต่งงานใหม่ เธอได้แอบไปงานแต่งงานของคนรักเก่าเธอ เธอเห็นทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเดินมาข้างหน้า ความแค้นของเธอเริ่มระเบิดขึ้น น้ำตาของเธอเริ่มไหล และยิงไปที่เจ้าสาว ทะลุถึงขั้วหัวใจ นอนจมกองเลือดอยู่ และเธอได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ว่า เมื่อก่อนที่เธอยังรักเขาอยู่ เธอยอมทำทุกอย่างได้เพื่อความรัก เธอยอมเขาทุกอย่างเพื่อเป็นภรรยาที่ดีของเขาแต่เธอยอมไม่ได้ที่คนที่เธอรัก "กำลังจะไปเป็นภรรยาคนอื่น" เธอไม่อยากให้คนอื่นโดนหลอกเหมือนเธออีกแล้ว เธอจึงต้องกำจัดเขาทิ้งซะ....
ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วในบทนี้ คือการสร้างเรื่องให้น่าอ่านน่าสนุกเท่านั้น เฉพาะในส่วนของเนื้อเรื่องเท่านั้น ยังมีวิธีทำให้เนื้อเรื่องน่าอ่านน่าสนุกด้วย คาแร็กเตอร์ของตัวละคร และ การทำให้เรื่องเราน่าติดตามด้วยฉากอีก เอาไว้เล่าให้ฟังในบทถัดไป

 ที่มา ป๋าอู๊ด www.wecomics.in.th